4 วิธีง่ายๆ กับการฝึก ลูกสุนัข

shutterstock_68286208_resize

4 วิธีง่ายๆ กับการฝึก ลูกสุนัข

ใครกันล่ะจะกล้าปฏิเสธ ว่าน้องหมานั้นเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ผู้ซื่อสัตย์และเป็นมิตรแท้ที่ดีที่สุดของมนุษย์เรามานมนานกันแล้ว หลายครอบครัวยังเลี้ยงน้องหมาไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา บางบ้านเลี้ยงไว้เป็นยามเฝ้าบ้าน  และเค้าก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องเสียด้วยสิ  แล้วอย่างนี้จะไม่เทใจให้เค้าก็เกินไปแล้วล่ะครับ

แต่ก็ใช่ว่าน้องหมาจะเป็นมิตรกับคนเสมอไป  เพราะมีอยู่บ่อยครั้งที่น้องบหมากลับลุกขึ้นมาทำร้ายคนในบ้านจนได้รับอันตรายตามที่ตกเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากน้องหมาที่เลี้ยงไว้ นอกจากความรักความใส่ใจแล้ว  เราก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงดูน้องหมาให้น่ารักแสนรู้  และไม่ดุร้ายกันตั้งแต่เค้ายังเล็กๆ โดยเริ่มจากการฝึกขั้นพื้นฐานด้วยวิธีง่ายๆ แล้วคุณจะหลงรักเค้ามากยิ่งขึ้น เชื่อดิ !

รู้ชื่อ รู้ใจ…..

ขั้นแรก เราต้องสอนให้ลูกน้องหมาจำชื่อของเขาให้ได้กันเสียก่อน โดยเรียกบ่อยๆขานชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สดใสมากเท่าไรก็จะยิ่งดึงดูดความสนใจของเขามากเท่านั้น เวลาที่เหมาะสมก็คือ ให้เรียกเขาขณะที่เล่นหรือทำกิจกรรมสนุกๆกับเขาหรือขณะที่กำลังวางชามอาหาร ในไม่ช้าเขาจะเข้าใจเวลาคุณหรือใครก็ตามที่เรียกชื่อเขา และควรเริ่มทำการสื่อสารโดยไม่อาศัยคำพูดแต่ใช้สายตากับลูกน้องหมาเมื่อเขาหันมาสบตาให้กล่าวคำชมเชย เพื่อดึงดูดความสนใจโดยให้เขามองที่ตาของคุณ (ใช้มือทั้งสองป้องตาจะช่วยได้) และกล่าวชื่นชมขณะที่เขาจ้องมองที่ตาคุณ ในไม่ช้าลูกน้องหมาจะเริ่มจ้องมาที่ตาคุณ และเขาจะหัดตีความหมายการมองของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการมองแบบยิ้มๆ เพื่อให้รู้ว่าเห็นด้วยหรือการจ่องขึงขัง ซึ่งหมายความว่าไม่เห็นด้วย

shutterstock_210916519_resize

ขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง

ก่อนอื่นควรจะกำหนดสถานที่ ที่เหมาะสมเอาไว้ เช่น ห้องส้วมหรือมุมใดมุมหนึ่งในบ้าน ต่อไปต้องพยายามสังเกตอาการของน้องหมาว่าเขาต้องการถ่ายหรือยังตามปกติลูกน้องหมามักจะร้องคราง ดมกลิ่นที่พื้นหรือวิ่งวน เป็นวงกลมนั่นแสดงว่าต้องการขับถ่ายกันแล้ว ซึ่งลูกน้องหมาอายุ 3-6 เดือน  จะขับถ่ายประมาณวันละ 5 ครั้ง อายุ 6 เดือน วันละ 4 ครั้ง ส่วนสุนัขโตแล้ววันละประมาณ 3 ครั้ง ลูกน้องหมามักต้องการถ่ายปัสสาวะเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า  หรือหลังกินอาหารแต่ละมื้อ เมื่อพบว่าน้องหมาต้องการขับถ่าย ต้องรีบพาไปยังสถานที่เตรียมไว้ทีนที ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง น้องหมาจะจำได้ อย่าปล่อยให้เขาถ่ายเรี่ยราดตามที่ต่างๆ หากน้องหมาทำผิดก็อย่าไปตีหรือลงโทษอย่างอื่น แต่ควรส่งเสียงดุว่า ไม่! แล้วรีบนำไปยังสถานที่เตรียมไว้ เมื่อน้องหมาปฏิบัติได้ก็ควรชมเชยเพื่อให้เข้าใจว่าทำได้ถูกต้อง แล้วบ่อยๆครั้งเข้า ลูกน้องหมาย่อมเกิดการเรียนรู้ และผลสุดท้ายก็จะไปถ่ายที่เตรียมไว้อย่างอัตโนมัติเองนั่นแหล่ะ

กินอยู่ หลับนอน

หากเลี้ยงน้องหมาหลายตัว ควรแยกสถานที่ให้น้องหมากินให้ห่างกัน เพื่อป้องกันการแย่งกินอาหารและหวงอาหารครั้งใดที่น้องหมากินอาหารไม่หมดให้รีบเก็บจานเสีย อย่าทิ้งไว้ให้กินอีกต่อไป เพราะจะทำให้น้องหมานิสัยไม่ดี กินอาหารไม่เป็นเวลาหรือแม้แต่การที่น้องหมาได้รับอาหารจากบุคคลอื่นนอกเวลาอาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นการบ่มเพาะนิสัยให้เป็นน้องหมาขอทานได้        จึงควรระวังไม่ให้รับอาหารจากบุคคลอื่นยกเว้นเจ้าของ และลูกน้องหมา ควรมีที่หลับนอนเป็นสัดส่วนของตัวเองตั้งแต่ยังเล็กไม่ควรนำลูกน้องหมาไปนอนร่วมห้อง หรือบนเตียงด้วยความสงสาร ฯลฯ เพราะถ้าเริ่มเลี้ยงจากการเอาไว้ในบ้าน พอลูกน้องหมาเริ่มโต หากจับย้ายออกไปขังกรงนอกบ้าน ลูกน้องหมาหรือแม้กระทั่งน้องหมาที่โตแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ยินยอม เพราะมันคิดว่าเป็นการถูกทอดทิ้ง อาจจะร้องไห้โหยหวนทั้งคืน ทำให้เจ้าของบ้านหรือเพื่อนบ้านไม่เป็นอันหลับอันนอนกันล่ะคราวนี้

ดัดนิสัยชอบกัดแทะ

เป็นธรรมชาติของลูกน้องหมาทั้งหลายที่ซุกซนและชอบกัดแทะสิ่งของต่างๆเพราะมันเริ่มมีฟัน จึงกัดแทะเครื่องใช้สิ่งของในบ้าน ลูกน้องหมาต้องการกัดแทะสิ่งของเพื่อความสะอาดของฟัน นวดเหงือกขจัดฟันน้ำนมให้หลุดเร็วๆ รวมทั้งระบายความเครียด หรือเพราะไม่มีอะไรจะทำไม่มีใครเล่นด้วยจึงหาสิ่งของมา กัดเล่น ควรหาเครื่องเล่นสำหรับน้องหมา เช่น ลูกบอลเล็กหรือกระดูกยาง หรือวัตถุที่ทนทานต่อการกัดแทะให้น้องหมากัดเล่น ป้องกันไม่ให้ไปทำลายสิ่งของอื่นในบ้าน  เมื่อเห็นว่าน้องหมากัดสิ่งของอื่นๆที่ไม่ประสงค์ เราต้องออกคำสั่งว่า อย่า! หรือไม่! แล้วจับปากแยกออกพร้อมกับดึงของออกจากปาก อย่าพยามยามดึงสิ่งที่น้องหมาคาบอยู่เพราะเขาอาจคิดว่าเราอยากเล่นกับเขาด้วย ใช้เสียงดุและปฏิบัติที่ถูกต้อง มันก็จะจำได้

วิธีการฝึกลูกน้องหมาเพียงง่ายๆ เท่านี้ ก็สามารถทำให้ลูกน้องหมาของคุณเป็นน้องหมาที่น่ารัก แสนรู้ และเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของได้แล้ว ที่สำคัญจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยอันงดงามอีกด้วยนะครับ

*ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์โพสต์ ทู เดย์