Author Archives: admin

shutterstock_180184283_resize

9 คำถาม ที่คุณควรถามตัวเองก่อนคิด ที่จะเลือกสุนัขสักตัวมาเลี้ยง

 

เมื่อพูดถึงเวลาที่เราตัดสินใจที่จะเลือกแฟน  ทุกคนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเราคงจะมีภาพของชายหรือหญิงในฝันหรือที่เราเรียกกันว่า “สเปค” ออยู่ในใจ หากใครได้คู่ครองที่ตรงตามสเปคทุกอย่างก็ถือว่าเป็นโชคดีมหาศาลแบบหาที่เปรียบมิได้ แต่ส่วนใหญ่อาจได้สัก 70-80% ของสิ่งที่คาดหวังเอาไว้ ซึ่งก็ถือว่าดีหนักหนาแล้ว เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ลงเอยกับคนที่ต่างจากสเปคของตนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแม้ว่าจะไม่ตรงตามสเปคแต่คุณกลับค้นพบว่าเขาหรือเธอกลับเป็นคนที่เข้ากับคุณได้อย่างไม่มีที่ติเลย

การเลือกเพื่อนที่รู้ใจอย่างเจ้าสุนัขตัวน้อยก็คงจะไม่ต่างกันนักเพราะคุณจะต้องอยู่กับเขาไปเป็นสิบๆปีเลยที่เดียว  ก่อนที่คุณคิดที่จะนำเขามาเลี้ยงคุณเองก็คงมีกลากหลายคำถามในใจ ซึ่งเราได้เตรียมคำถามสำคัญๆทั้งหมด 9 คำถาม เพื่อให้ตัวคุณถามตัวเองก่อนที่จะเลือกสุนัขสักตัวมาเลี้ยงบูลเทอร์เรีย_resize

คำถามที่ 1  คุณควรถามตัวเองว่าคุณต้องการสุนัขจริงๆรึเปล่า เนื่องจากว่าการที่เป็นเจ้าของของสุนัขตัวนึงนั้น หมายถึงความรับผิดชอบของอีกหนึ่งชีวิตเลยทีเดียว คุณจะต้องมีเวลาที่จะอยู่กับเขา   เล่นกับเขาและให้ความรักความอบอุ่นกับเขา โดยเฉพาะในช่วงแรกเริ่มที่นำเขามาเลี้ยง คุณจะต้องทุ่มเทเวลาให้แก่เขาเยอะพอสมควรเพื่อฝึกฝนให้เขารู้จักระเบียบวินัยใหม่เช่นเรื่องของการปัสสาวะ  หรืออุจจาระให้ถูกที่  ไม่กัดแทะสิ่งที่ไม่ใช่ของเล่นของเขา นอกกจากนั้นแล้ว สุนัขบางสายพันธุ์โดยเฉพาะสุนัขที่มีขนาดใหญ่จะต้องการการออกกำลังกายที่มากเพียงพอเพื่อให้มีสุขภาพขาและร่างกายที่แข็งแรง  ซึ่งสำหรับผู้ที่มีเขตพื้นที่ของที่อยู่อาศัยที่จำกัดอาจต้องจูงสุนัขออกไปวิ่งภายนอกเพื่อให้เขาสามารถใช้พลังงานของเขาได้อย่างเต็มที่  อีกทั้งยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆที่ตามมากับอีกหนึ่งชีวิตที่เพิ่มขึ้น อาทิ อาหารอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเตียงหรือที่นอนของเล่น  ชามใส่อาหาร และที่ใส่น้ำเป็นต้น ค่าฉีดวัคซีนต่างๆ ซึ่งจำเป็นต้องฉีดให้ครบตามกำหนดเพื่อ ป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสุนัขได้และสำหรับสุนัขบางพันธุ์ การกรูมมิ่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญก็ไม่น้อย

คำถามที่ 2 เมื่อคุณทราบแล้วว่าคุณต้องการและพร้อมที่จะนำเขามาเลี้ยงอย่างจริงๆจังๆ คำถามต่อไปก็คือ สุนัขที่คุณต้องการจะเลี้ยงเป็นแบบไหน  เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีอุปนิสัย และบุคลิกที่แตกต่างกันไป คุณจะสังเกตได้หากคุณลองค้นดูประวัติของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ว่าหลายสายพันธุ์ของสุนัขก็เกิดขึ้นจากการผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อให้สุนัขมีอุปนิสัย และรูปลักษณ์ที่เหมาะสมกับการเป็นอยู่ (Lifestyle) และความต้องการของมนุษย์มากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรถามตัวเองก่อนเลยว่าคุณต้องการให้สุนัขที่จะมาเป็นเพื่อนมีความไฮเปอร์นิดๆ ขี้อ้อนหน่อยๆ หรือจะเป็นแบบเรียบร้อย น่ารัก ไม่ขี้อ้อน รักสันโดษหรือจะเป็นแบบขี้อ้อนสุดๆ หรือแม้แต่คุณสุภาพสตรีที่อาจอยากได้ออปชั่นเสริม เช่น นอกเหนือจากจะได้เพื่อนที่รู้ใจแล้วยังถือว่าได้ตุ๊กตาบาร์บี้เพิ่มขึ้นมาอีก นั่นก็หมายถึงสุนัขที่มีขนยาวและต้องการดูแลเอาใจใส่เรื่องการกรูมมิ่ง หวีขน แต่งตัวน่ารักเหมือนที่เขานิยมเลี้ยงกันมากในตอนนี้

คำถามที่ 3 นอกเหนือจากความต้องการของตัวคุณเองแล้วคุณควรสำรวจและถามตัวเองว่า สุนัขของคุณต้องมีความเข้าใจกับเด็กได้หรือไม่ เพราะสุนัขบางสายพันธุ์จะรักและชอบเด็กมากในขณะที่บางสายพันธุ์ก็จะไม่ชอบเอาเสียเลย ดังนั้นหากที่บ้านของคุณมีคุณหนูๆตัวเล็กหรือแม้แต่ข้างบ้านคุณมี  คุณก็อาจจะต้องการเลี้ยงสุนัขที่สามารถเข้ากับเด็กได้อย่างดี

คำถามที่ 4 นี่เป็นสุนัขตัวแรกของคุณรึเปล่า ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่คุณควรใส่ใจ เพราะในสุนัขกว่า 400 สายพันธุ์ บนโลกนี้ ก็จะมีสุนัขบางพันธุ์เหมาะกับผู้ที่จะเริ่มเลี้ยงสุนัขเป็นครั้งแรก เช่น สุนัขที่มีความซื่อสัตย์ และความฉลาดจะทำให้การฝึกฝนเขาเป็นไปอย่างง่ายดายจนคุณจะทึ่งกับความแสนรู้ของเขาเลยที่เดียว

คำถามที่ 5 คำถามต่อไปที่สำคัญมากก็คือ คุณต้องการเลี้ยงสุนัขที่มีขนาดไหน เพราสุนัขมีทั้งแบบทอย สุนัขพันธุ์เล็ก กลาง และใหญ่ ซึ่งหากเป็นแบบขนาดเล็กจะต้องการการเลี้ยงดูที่ใกล้ชิดมากเพราะเขาตัวเล็กมากโดยเฉพาะแบบทอยอาจเกิดอุบัติเหตุได้อย่างง่ายดาย และกระดูกของเขาอาจเปราะบางกว่าแบบที่มีขนาดใหญ่กว่า  แต่หากเป็นในเรื่องของการออกกำลังกาย  สุนัขพันธุ์ใหญ่ก็จะต้องการการออกกำลังกายที่มากกว่า

คำถามที่ 6  เมื่อพิจารณาเรื่องของขนาดของสุนัขเรียบร้อยแล้วคุณควรคำนึงถึงเรื่องของขนสุนัข ว่าคุณต้องการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ขนยาวหรือสั้น แน่นอนว่าสุนัขขนยาวต้องการการดูแลเรื่องขนของเขามาก คุณอาจต้องพาเขาไปกรูมมิ่ง ตัดแต่งขนบ่อยหน่อย รวมไปถึงคุณอาจต้องใช้เวลาที่มากกับการหวีขนเขา  แต่หากคุณดูแลเขาอย่างทั่วถึงแล้วหล่ะก็คุณจะได้เจ้าตุ๊กตาตัวน้อยที่น่ารักอย่าบอกใครมาครอบครองเลยทีเดียว ในขณะที่สุนัขขนสั้นก็จะดูแลง่าย  อาจจะไม่ต้องเสียเวลากับการหวีและรักษาขนเขามากเท่าแบบขนยาว

คำถามที่ 7 คุณมีเวลาที่จะพาเขาเดินนานแค่ไหนโดยเฉลี่ยต่อวัน ก็ตรงไปตรงมาตามคำถาม หากคุณมีเวลาเยอะพอสมควร  คุณก็สามารถเลือกสุนัขได้ทุกสายพันธุ์ตามใจชอบ แต่หากคุณมีเวลาที่ค่อนข้างจำกัดแล้วคุณก็จำเป็นต้องเลือกจากสายพันธุ์ที่อาจไม่ต้องการการออกกำลังกายมากนัก  หรืออาจมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก

คำถามที่ 8 คุณมีเวลาและมีความอดทนแค่ไหนในการฝึกฝนระเบียบวินัยให้แก่สุนัขของคุณ เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์จะมีความฉลาดและไอคิวที่แตกต่างกันไป สุนัขที่มีไอคิวสูงจะสามารถจดจำคำสั่งและการฝึกของคุณได้รวดเร็ว ในขณะที่บางสายพันธุ์อาจสามรถจำได้ช้าหน่อยคุณอาจต้องอดทน แต่ค่อยเป็นค่อยไปกับเขา อย่าไปอารมณ์เสียหรือดุเขา เพราะอาจทำให้สุนัขกลัวการฝึกฝนของคุณก็เป็นได้

คำถามที่ 9 คุณต้องการให้สุนัขที่คุณเลี้ยงเป็นสุนัขเฝ้าระวังหรือที่เรียกง่ายๆว่าเป็นบอดี้การ์ดให้คุณหรือมีความเป็นมิตรสูงต่อคนแปลกหน้า  สุนัขบางสายพันธุ์ เมื่อเจอคนแปลกหน้าจะเห่าให้คุณรับรู้ตลอดเวลา ในขณะที่สุนัขบางสายพันธุ์จะเป็นมิตรและเข้ากับคนง่าย เขาจะชอบที่จะเล่นกับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนแปลกหน้า  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูและฝึกฝนของคุณด้วย  หากคุณเลี้ยงให้เขาเข้ากับคนได้ง่ายสุนัขที่อาจเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าก็อาจเป็นสุนัขที่เชื่องและเป็นมิตรกับคนแปลกหน้าได้

คำถามทั้งเก้าคำถาม  จะช่วยให้คุณสามรถเลือกสุนัขสายพันธุ์ที่คุณต้องการและเหมาะสมกับคุณจริงๆ ซึ่งจะทำให้คุณมีความรู้สึกดีกับการได้เพื่อนใหม่เข้ามาในชีวิต  ทั้งนี้ทั้งนั้น  คุณจะสังเกตได้ว่า  สิ่งที่เป็นรากฐานที่สำคัญของทุกๆคำถามก็คือ เรื่องของเวลาและความรับผิดชอบ


shutterstock_108992231_resize

8 สิ่งง่ายๆ ในการดูแล สุขลักษณะของน้องหมาแสนรู้ และน้องเหมียวแสนรัก

1.เช็ดหู (Ear Cleaning)

การเช็ดหูนั้นถือเป็นกิจวัตรที่คุณควรทำเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ    1-2 ครั้ง เพราะหูของน้องหมาและน้องเหมียวจัดว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เค้าจะมีความว่องไวต่อเสียงรอบข้าง ก็เกิดจากความสะอาดของหูเขาด้วย โดยปกติแล้ว ข้างในหูของน้องหมาและน้องเหมียวจะมีสารเคลือบที่เรียกกันว่า Ear Wax อยู่ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง หากขี้ผึ้งนี่มีสะสมอยู่ในหูมากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดไรในใบหูของเขา ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการคัน ทำให้เขาเกา และอาจเกิดแผลติดเชื้อที่ใบหู หรืออาจทำให้น้องหมาและน้องเหมียวเป็นโรคหูอักเสบได้ โดยเฉพาะหากคุณอาบน้ำให้เขาเอง หลังอาบน้ำ ควรเช็ดใบหูของเขาให้แห้งสะอาดและระหว่างอาบน้ำ ควรระมัดระวังไม่ให้น้ำไหลลงไปในหูของเขา

2.แปรงฟัน

คุณควรแปรงฟันให้น้องหมาและน้องเหมียวอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง น้องหมาและน้องเหมียวนั้นคล้ายกับมนุษย์เรามาก ฉะนั้นการแปรงฟันให้เขาจึงถือเป็น 1 ใน 8 สิ่งที่คุณไม่ควรลืม เพราะไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดหินปูนแค่นั้น แต่ในระยะยาวหินปูนเหล่านั้นสามารถส่งผลให้เกิดการอักเสบของไต และกล้ามเนื้อหัวใจได้ ดังนั้นการแปรงฟันก็เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ที่จะช่วยลดคราบ Plaque ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดหินปูน อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการเกิดกลิ่นปากของน้องหมาและน้องเหมียวอีกด้วย

3.บีบต่อมก้น (Anal Gland)

สำหรับเจ้าของมือใหม่บางท่าน อาจจะไม่ทราบว่าในร่างกายของน้องหมาและน้องเหมียวนั้น มีส่วนที่เรียกว่า “ต่อมก้น” ซึ่งเป็นถุงที่อยู่ข้างๆ ก้นของน้องหมาและน้องเหมียว และมีไว้เก็บสารคัดหลั่ง ซึ่งตามปกติแล้วน้องหมาและน้องเหมียว จะปล่อยสารคัดหลั่งปนออกมาตอนถ่ายอุจจาระ แต่มีน้องหมาและน้องเหมียวหลายตัวที่มีการสะสมไว้จนกระทั่งเกิดการอักเสบ ทำให้ต่อมก้นบวม ดังนั้นคุณจึงควรทำการตรวจและบีบต่อมก้นอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง หากคุณไม่ต้องการทำเอง คุณสามารถให้สัตวแพทย์ทำให้เวลาพาน้องหมาและน้องเหมียวไปตรวจสุขภาพหรือฉีดวัคซีน

shutterstock_145306138_resize4.กำจัดเห็บหมัด (Tick & Flea Prevention)

ทั้งเห็บและหมัดนั้นสร้างความกวนใจให้ทั้งตัวเจ้าของ รวมไปถึงน้องหมาและน้องเหมียวอีกทั้งยังเป็นพาหะนำโรคพยาธิเม็ดเลือดที่ทำให้สุขภาพน้องหมาและน้องเหมียวย่ำแย่ ดังนั้นคุณไม่ควรลืมที่จะใช้ยาป้องกันเห็บและหมัดที่มีขายตามคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ หยดให้ที่หลังน้องหมาและน้องเหมียว เดือนละ 1 ครั้ง

5.ป้องกันโรคพยาธิหัวใจ (Heartworm Prevention)

เมื่อป้องกันพยาธิเม็ดเลือดเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคิวกำจัดและป้องกันพยาธิหัวใจ ซึ่งเป็นพยาธิตัวกลมที่มียุงเป็นพาหะ น้องหมาและน้องเหมียว ที่มีพยาธิหัวใจจะมีอาการไอแห้งๆ เหนื่อยง่าย หากอาการรุนแรงมากเข้าขั้นโคม่า อาจถึงขั้นหัวใจล้มเหลว ดังนั้นคุณไม่ควรลืมที่จะใช้ยาป้องกันโรคพยาธิหัวใจเดือนละ 1 ครั้ง

 

6.ฉีดวัคซีน (Vaccination)

ทั้งน้องหมาและน้องเหมียว จะมีวัคซีนที่ต้องได้รับเป็นประจำทุกปีหรือตามแต่เวลาที่สัตวแพทย์กำหนด ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนรวม (ไข้หัด, ลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ ,หลอดลมอักเสบ, ฉี่หนู) และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งจะต้องฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุกปี

7.ตัดเล็บ (Nail Cut)

หลายคนอาจคิดว่าว่างเมื่อไรค่อยตัดเล็บก็ได้ โดยที่ไม่รู้ว่าเล็บเป็นแหล่งที่สะสมเชื้อโรคได้ง่าย ซ้ำยังทำให้น้องหมาและน้องเหมียวเดินไม่ถนัดเพราะความลื่น ดังนั้นคุณควรหมั่นตรวจและตัดเล็บให้น้องหมาและน้องเหมียวอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ เดือน

8.อาบน้ำ

เพราะน้องหมาและน้องเหมียวต้องออกกำลังกายทุกวันและอากาศร้อนอาจทำให้ร่างกายของเขาอับชื้นซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ หรือ Hot Spot คุณควรอาบน้ำให้เขาสัปดาห์ละครั้งเพื่อทำความสะอาดร่างกายของเขา และป้องกันพวกยุงไม่ให้มากัดด้วย

 

ลองเช็คดูนะครับว่าคุณลืมทำอะไรใน 8 สิ่งที่เหมือนจะง่าย แต่เจ้าของชอบหน่ายที่จะจดจำให้กับหมาแสนรู้และเจ้าเหมียวแสนรักของคุณหรือเปล่า อย่าลืมนะครับว่าเขาไม่สามารถเดินมาสะกิดเตือนคุณ หรือขอร้องให้คุณทำสิ่งเหล่านี้ให้เขาได้ หากมีสิ่งไหนที่คุณลืมไป ก็อย่าลืมทำให้เขานะครับ เพื่อสุขภาพและสุขลักษณะที่ดี ไม่เพียงแต่เขา แต่เป็นของคุณเองด้วยและหากเป็นไปได้  ผมแนะนำให้คุณเจ้าของจดวันที่ ที่ทำ 8 สิ่งด้านบนไว้ในสมุด เพื่อเป็นเครื่องเตือนความจำ ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรทำอะไรให้น้องหมาแสนรู้และน้องเหมียวแสนรักของคุณ แม้จะดูเหมือนว่า 8 สิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่นั้นอาจเป็นต้นเหตุของโรคภัยร้ายแรงก็เป็นได้ ดังนั้นคุณเจ้าของไม่ควรละเลย ให้เวลาใส่ใจเขาเพียงนิด ยืดชีวิตน้อยๆ ของเขาได้ยืดยาวและแน่นอน ความทรงจำที่มีระหว่างคุณและเขาจะสวยงาม และน่าจดจำไม่แพ้บทเพลงไพเราะที่สร้างความประทับใจให้แก่คุณ มิรู้ลืม…

 

สอบถามข้อมูล เรื่องการดูแลสุขลักษณะในน้องหมาและน้องเหมียว

ได้ที่สัตวแพทย์ใกล้บ้านท่าน หรือที่  โรงพยาบาลสัตว์ด็อก & แคท เฮลท์  เซนเตอร์ ระยอง ได้ทุกวัน


shutterstock_68286208_resize

4 วิธีง่ายๆ กับการฝึก ลูกสุนัข

ใครกันล่ะจะกล้าปฏิเสธ ว่าน้องหมานั้นเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ผู้ซื่อสัตย์และเป็นมิตรแท้ที่ดีที่สุดของมนุษย์เรามานมนานกันแล้ว หลายครอบครัวยังเลี้ยงน้องหมาไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา บางบ้านเลี้ยงไว้เป็นยามเฝ้าบ้าน  และเค้าก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องเสียด้วยสิ  แล้วอย่างนี้จะไม่เทใจให้เค้าก็เกินไปแล้วล่ะครับ

แต่ก็ใช่ว่าน้องหมาจะเป็นมิตรกับคนเสมอไป  เพราะมีอยู่บ่อยครั้งที่น้องบหมากลับลุกขึ้นมาทำร้ายคนในบ้านจนได้รับอันตรายตามที่ตกเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากน้องหมาที่เลี้ยงไว้ นอกจากความรักความใส่ใจแล้ว  เราก็ควรศึกษาวิธีการเลี้ยงดูน้องหมาให้น่ารักแสนรู้  และไม่ดุร้ายกันตั้งแต่เค้ายังเล็กๆ โดยเริ่มจากการฝึกขั้นพื้นฐานด้วยวิธีง่ายๆ แล้วคุณจะหลงรักเค้ามากยิ่งขึ้น เชื่อดิ !

รู้ชื่อ รู้ใจ…..

ขั้นแรก เราต้องสอนให้ลูกน้องหมาจำชื่อของเขาให้ได้กันเสียก่อน โดยเรียกบ่อยๆขานชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สดใสมากเท่าไรก็จะยิ่งดึงดูดความสนใจของเขามากเท่านั้น เวลาที่เหมาะสมก็คือ ให้เรียกเขาขณะที่เล่นหรือทำกิจกรรมสนุกๆกับเขาหรือขณะที่กำลังวางชามอาหาร ในไม่ช้าเขาจะเข้าใจเวลาคุณหรือใครก็ตามที่เรียกชื่อเขา และควรเริ่มทำการสื่อสารโดยไม่อาศัยคำพูดแต่ใช้สายตากับลูกน้องหมาเมื่อเขาหันมาสบตาให้กล่าวคำชมเชย เพื่อดึงดูดความสนใจโดยให้เขามองที่ตาของคุณ (ใช้มือทั้งสองป้องตาจะช่วยได้) และกล่าวชื่นชมขณะที่เขาจ้องมองที่ตาคุณ ในไม่ช้าลูกน้องหมาจะเริ่มจ้องมาที่ตาคุณ และเขาจะหัดตีความหมายการมองของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการมองแบบยิ้มๆ เพื่อให้รู้ว่าเห็นด้วยหรือการจ่องขึงขัง ซึ่งหมายความว่าไม่เห็นด้วย

shutterstock_210916519_resize

ขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง

ก่อนอื่นควรจะกำหนดสถานที่ ที่เหมาะสมเอาไว้ เช่น ห้องส้วมหรือมุมใดมุมหนึ่งในบ้าน ต่อไปต้องพยายามสังเกตอาการของน้องหมาว่าเขาต้องการถ่ายหรือยังตามปกติลูกน้องหมามักจะร้องคราง ดมกลิ่นที่พื้นหรือวิ่งวน เป็นวงกลมนั่นแสดงว่าต้องการขับถ่ายกันแล้ว ซึ่งลูกน้องหมาอายุ 3-6 เดือน  จะขับถ่ายประมาณวันละ 5 ครั้ง อายุ 6 เดือน วันละ 4 ครั้ง ส่วนสุนัขโตแล้ววันละประมาณ 3 ครั้ง ลูกน้องหมามักต้องการถ่ายปัสสาวะเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า  หรือหลังกินอาหารแต่ละมื้อ เมื่อพบว่าน้องหมาต้องการขับถ่าย ต้องรีบพาไปยังสถานที่เตรียมไว้ทีนที ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง น้องหมาจะจำได้ อย่าปล่อยให้เขาถ่ายเรี่ยราดตามที่ต่างๆ หากน้องหมาทำผิดก็อย่าไปตีหรือลงโทษอย่างอื่น แต่ควรส่งเสียงดุว่า ไม่! แล้วรีบนำไปยังสถานที่เตรียมไว้ เมื่อน้องหมาปฏิบัติได้ก็ควรชมเชยเพื่อให้เข้าใจว่าทำได้ถูกต้อง แล้วบ่อยๆครั้งเข้า ลูกน้องหมาย่อมเกิดการเรียนรู้ และผลสุดท้ายก็จะไปถ่ายที่เตรียมไว้อย่างอัตโนมัติเองนั่นแหล่ะ

กินอยู่ หลับนอน

หากเลี้ยงน้องหมาหลายตัว ควรแยกสถานที่ให้น้องหมากินให้ห่างกัน เพื่อป้องกันการแย่งกินอาหารและหวงอาหารครั้งใดที่น้องหมากินอาหารไม่หมดให้รีบเก็บจานเสีย อย่าทิ้งไว้ให้กินอีกต่อไป เพราะจะทำให้น้องหมานิสัยไม่ดี กินอาหารไม่เป็นเวลาหรือแม้แต่การที่น้องหมาได้รับอาหารจากบุคคลอื่นนอกเวลาอาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นการบ่มเพาะนิสัยให้เป็นน้องหมาขอทานได้        จึงควรระวังไม่ให้รับอาหารจากบุคคลอื่นยกเว้นเจ้าของ และลูกน้องหมา ควรมีที่หลับนอนเป็นสัดส่วนของตัวเองตั้งแต่ยังเล็กไม่ควรนำลูกน้องหมาไปนอนร่วมห้อง หรือบนเตียงด้วยความสงสาร ฯลฯ เพราะถ้าเริ่มเลี้ยงจากการเอาไว้ในบ้าน พอลูกน้องหมาเริ่มโต หากจับย้ายออกไปขังกรงนอกบ้าน ลูกน้องหมาหรือแม้กระทั่งน้องหมาที่โตแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ยินยอม เพราะมันคิดว่าเป็นการถูกทอดทิ้ง อาจจะร้องไห้โหยหวนทั้งคืน ทำให้เจ้าของบ้านหรือเพื่อนบ้านไม่เป็นอันหลับอันนอนกันล่ะคราวนี้

ดัดนิสัยชอบกัดแทะ

เป็นธรรมชาติของลูกน้องหมาทั้งหลายที่ซุกซนและชอบกัดแทะสิ่งของต่างๆเพราะมันเริ่มมีฟัน จึงกัดแทะเครื่องใช้สิ่งของในบ้าน ลูกน้องหมาต้องการกัดแทะสิ่งของเพื่อความสะอาดของฟัน นวดเหงือกขจัดฟันน้ำนมให้หลุดเร็วๆ รวมทั้งระบายความเครียด หรือเพราะไม่มีอะไรจะทำไม่มีใครเล่นด้วยจึงหาสิ่งของมา กัดเล่น ควรหาเครื่องเล่นสำหรับน้องหมา เช่น ลูกบอลเล็กหรือกระดูกยาง หรือวัตถุที่ทนทานต่อการกัดแทะให้น้องหมากัดเล่น ป้องกันไม่ให้ไปทำลายสิ่งของอื่นในบ้าน  เมื่อเห็นว่าน้องหมากัดสิ่งของอื่นๆที่ไม่ประสงค์ เราต้องออกคำสั่งว่า อย่า! หรือไม่! แล้วจับปากแยกออกพร้อมกับดึงของออกจากปาก อย่าพยามยามดึงสิ่งที่น้องหมาคาบอยู่เพราะเขาอาจคิดว่าเราอยากเล่นกับเขาด้วย ใช้เสียงดุและปฏิบัติที่ถูกต้อง มันก็จะจำได้

วิธีการฝึกลูกน้องหมาเพียงง่ายๆ เท่านี้ ก็สามารถทำให้ลูกน้องหมาของคุณเป็นน้องหมาที่น่ารัก แสนรู้ และเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของได้แล้ว ที่สำคัญจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยอันงดงามอีกด้วยนะครับ

*ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์โพสต์ ทู เดย์